skip to Main Content

วัตถุประสงค์

  • เพื่อส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทย ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เกิดความตระหนักในกระแสเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนโลก และเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมสำหรับโลกที่ทุกสิ่งเชื่อมถึงกันด้วย AI + IoT
  • เป็นเวทีสำคัญในการร่วมระดมสมอง เพื่อร่วมกำหนดยุทธศาสตร์หรือนโยบายการใช้งานเทคโนโลยี AI + IoT ในการส่งเสริมให้สองนวัตกรรมสำคัญนี้ มีทิศทางที่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและคนในประเทศอย่างแท้จริง
  • เพื่อเพิ่มระดับผลิตภาพของทุกอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพของทักษะทุนมนุษย์ ให้สามารถทำงานร่วมกับนวัตกรรม AI + IoT เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม
  • เพื่อผลักดันแนวคิดในการสร้าง Talent Attraction ทางด้าน AI + IoTs เพื่อสร้างและดึงดูดให้ทุนมนุษย์ที่มีความสามารถ เข้ามาทำงานเพื่อร่วมพัฒนาประเทศ

ระยะเวลาในการจัดงาน

วันที่ 25 – 26 สิงหาคม พ.ศ. 2564

ในระยะเวลาที่ผ่านมา เราอาจได้ยินได้ฟังเรื่องยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศกันในรูปแบบที่หลากหลาย  หลังจากที่รัฐบาลชุดนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศ ได้พยายามผลักดันยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อไปสู่เป้าหมายการเป็นประเทศที่พัฒนาในหลายมิติ สำหรับ Thailand 4.0 หรือ เศรษฐกิจดิจิทัลที่ เทคโนโลยีสารสนเทศถูกนำมาผนวกกับอุตสาหกรรมต่างๆ อย่างแยกจากกันไม่ได้ เหล่าผู้เล่นต้องอาศัย Big Data ในการช่วยวิเคราะห์ตลาดเพื่อกำหนดกลยุทธ์อย่างแม่นยำ ดังนั้น ยุทธศาตร์ของหลายประเทสจึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งระบบ Cloud Computing, Internet of Things (IoT), Robotics และ AI เพราะใครกุมเทคโนโลยีเหล่านี้ย่อมหมายถึงโอกาสในการพิชิตคู่แข่งในตลาดและผงาดเป็นผู้นำโลกอย่างแท้จริง เศรษฐกิจไทยมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคตแนวโน้มลดลง เพราะไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้น การเติบโตทางเศรษฐกิจจะลดลงเป็นธรรมดา แต่ยังอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมากและได้รับความสนใจน้อยคือกำลังจะเกิดความปั่นป่วนทางเทคโนโลยี ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีได้เข้ามาทำลายวิธีการทำมาหากิจแบบเดิม หากเราไม่ปรับตัวจะถูกแย่งมูลค่าเพิ่ม การผลิต หรือกำไรจากต่างประเทศไป ดังเช่น อุตสาหกรรมสื่อ อุตสาหกรรมพาณิชย์ อุตสาหกรรมการเงิน การขนส่ง เรียกได้ว่าแทบไม่มีอุตสาหกรรมไหนจะนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ภาคธุรกิจจึงต้องปรับตัวกันมากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ได้ปรับตัวบางส่วนแล้ว แต่ภาคธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนหนึ่งยังไม่ทราบว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงเกิดขึ้น  ส่วนที่ทราบแล้วยังทำไม่ได้ เพราะมีทรัพยากรน้อย ดังนั้น ภาครัฐต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนในการปรับตัวด้วยการวางกลยุทธ์ของประเทศพิจารณาการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางเทคโนโลยีแต่ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีการวางยุทธศาสตร์และลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ Artificial Intelligence: AI อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ได้พิจารณาในแง่กาเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีบางส่วนแล้ว แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ขับเคลื่อนไปไม่ถึงที่สุด ยังคิดไม่รอบด้าน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสร้างกำลังคน หรือกำหนดกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ ยุทธศาสตร์ของประเทศในการนำ AI มาใช้ในวงกว้าง  ดังนั้น ต้องต่อยอดนโยบายให้มีความพร้อมมากยิ่งขึ้น ในเวลาเดียวกัน ควรผลักดันให้ก้าวไปสู่เศรษฐกิจแบบใหม่ที่คนได้รับการทดแทนจากเทคโนโลยี คือ เศรษฐกิจที่มีความสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น และเศรษฐกิจที่มีความใส่ใจมากขึ้น ภาครัฐต้องเตรียมกลไกต่าง ๆ เข้ามาช่วย ไม่ว่าจะเป็นทักษะแรงงาน การศึกษาพื้นฐาน การสร้างสวัสดิการสังคม และกฎระเบียบของรัฐ ซึ่งประการหลังมีความสำคัญมาก ประชาชนและภาคธุรกิจหลายสาขาอยากปรับตัว แต่เมื่อจะทำธุรกิจใหม่ กลับติดขัดเรื่องกฎระเบียบที่ล่าช้า ซึ่งออกมาจากทัศนคติที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงเป็นอุปสรรคในการปรับตัวได้ยาก AI + IoT ในโลกที่ทุกสิ่งเชื่อมถึงกัน ในอนาคตไม่ใช่เพียงแค่ 5G เท่านั้นที่จะมาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์ เพราะ 5G เป็นเพียงส่วนประกอบส่วนหนึ่งที่จะมาพร้อมกับเทคโนโลยี IoT Internet of Things และ AI Artificial Intelligence ที่อาจส่งผลต่อภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมภาคแรงงานทั่วโลกครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์

  • ความร่วมมืออย่างเข้มแข็ง และอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน ในการเดินหน้าการใช้นวัตกรรมหุ่นยนต์อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  • เกิดแนวคิดในการร่วมพัฒนาบุคลากรในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทักษะที่สำคัญ และเพื่อสนองรับแนวโน้มเทคโนโลยีอนาคตโลก
  • เพิ่มระดับผลิตภาพของทุกอุตสาหกรรม พัฒนาศักยภาพของแรงงานทั้งเชิงเทคนิคและเชิงเทคโนโลยี เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งระบบเศรษฐกิจและสังคม
  • ส่งเสริมให้การใช้งานดิจิทัล เทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ จะทำให้ประเทศไทยอยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งขึ้น ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน
  • การสัมมนาวิชาการพร้อมรับฟังปาฐกถาพิเศษ และเสวนาระดับสูง
  • การชมส่วนแสดงนวัตกรรมดิจิทัลเทคโนโลยี
  • การเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิทั้งจากภาครัฐ และเอกชน
  • การสัมมนาวิชาการนำเสนอหัวข้อเทคโนโลยีและโซลูชั่น

งบประมาณค่าใช้จ่าย

ค่าลงทะเบียนจากผู้เข้ารับการอบรม คนละ 6,313 บาท ถ้าหากลงทะเบียนก่อนวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ท่านจะได้รับโปรโมชั่นพิเศษ ลงทะเบียน 2 ท่าน ราคาเพียง 8,453 บาท เพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการอบรม เช่น ค่าเอกสารในการอบรม ค่าอาหารกลางวัน อาหารว่าง ค่าตอบแทนวิทยากร (ไม่รวมค่าที่พัก อาหารเช้า อาหารเย็น และค่าเดินทาง) โดยผู้เข้ารับการอบรมสามารถเบิกค่าใช้จ่ายในการศึกษาอบรมตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วย ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและการเข้ารับการฝึกอบรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๕๗ ข้อ ๒๘ (๑) และข้าราชการสามารถเบิกค่าลงทะเบียนตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมการจัดงานและการประชุมระหว่างประเทศ พ.ศ.๒๕๔๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

วิธีชําระค่าลงทะเบียน

กรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มการลงทะเบียน พร้อมแนบเอกสารการชำระเงิน (Pay in slip) ส่งกลับมาที่ 02-661-7757 (แฟกซ์อัตโนมัติ) หรือ อีเมล Pimphatsara@absolutealliances.com ;Tanya@absolutealliances.com

ชำระค่าลงทะเบียนโดยโอนเงินค่าลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันประชุมสัมมนาฯ เข้าชื่อบัญชี บริษัท แอ๊บโซลูทท์ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

  • ธนาคารกรุงไทย บัญชีออมทรัพย์ สาขาอาคารเสริมมิตร เลขที่บัญชี 085-0-12124-8
  • ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ สาขาถนนอโศกมนตรี เลขที่บัญชี 925-0-07304-7
  • ธนาคารกสิกรไทย บัญชีออมทรัพย์ สาขา สุขุมวิท 33 (บางกะปิ) เลขที่บัญชี 003-2-42408-4

รับใบเสร็จรับเงินที่หน้างาน และกรุณานำใบหักภาษี ณ ที่จ่าย (ถ้ามี) มายื่น ณ จุดการเงินหน้างาน

หมายเหตุ: สามารถชำระค่าลงก่อนวันพุธที่ 18 สิงหาคม 2564 และการยกเลิกการลงทะเบียนจะสมบูรณ์ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น และทำการยกเลิกก่อน 7 วันทำการ ก่อนวันสัมมนา (ผู้ร่วมสัมมนาจะไม่ได้รับค่าลงทะเบียนคืนแต่คงสิทธิ์ที่จะได้รับกระเป๋าและเอกสารประกอบการสัมมนา)

ร่วมจัดโดย

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA)

Sponsored By

สนับสนุนการจัดงานโดย

  • คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ***
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ***
  • สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย ***

(***อยู่ระหว่างเรียนเชิญ***)

  • สมาคมไทยไอโอที ***
  • สถาบันไทย-เยอรมัน ***
  • สมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (TARA) ***

รายชื่อคณะกรรมการที่ปรึกษา

คุณภุชพงค์ โนดไธสง
รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(ประธานที่ปรึกษา)

ดร.มนู อรดีดลเชษฐ์
ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
(กรรมการ)

นาวาอากาศเอกสมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์
ประธานกรรมการ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน)

(กรรมการ)

ศ.ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง
นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย
(กรรมการ)

ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย
ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
(กรรมการ)

รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์
ผู้อำนวยการสำนักบริหารหลักสูตรวิศวกรรมนานาชาติ คณะวิศวกรรมศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย

(กรรมการ)

รศ.ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล
คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

(กรรมการ)

คุณนิติ เมฆหมอก
นายกสมาคมไทยไอโอที

(กรรมการ)

คุณกลินท์ สารสิน
ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

(กรรมการ)

คุณสุพันธุ์ มงคลสุธี
ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

(กรรมการ)

คุณดิลก คุณะดิลก
กรรมการสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย

(กรรมการ)

คุณกัลยา แสวงหาบุญ
เลขาธิการสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย

(กรรมการ)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

เลขานุการการจัดงาน และบริหารการจัดงานโดย
สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA)
159/21 อาคารเสริมมิตรทาวเวอร์ ซอย 21 ถนนสุขุมวิท 21 (อโศก) แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์ 0-2661-7750 ต่อ 221, 222, 223 โทรสาร 0-2661-7757
อีเมล: Pimphatsara@absolutealliances.com

Back To Top